Get Adobe Flash player

ขณะนี้มีผู้เข้าชม

มี 11 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

สถิติผู้เข้าชม

571083
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
รวม
44
298
1485
553960
4232
10665
571083

Your IP: 18.204.55.168
Server Time: 2020-08-13 02:47:42

ศัพท์เซียนพระ

“ศัพท์เซียนพระ” รู้ไว้ จะได้คุยกับเขารู้เรื่อง…


 
    ในวงการพระเครื่อง มีคำศัพท์เกิดขึ้นมากมาย แต่จะเรียกว่า “ภาษาเซียน” คำ ศัพท์เหล่านี้เป็นการพูดเล่นๆ กันก่อน จากนั้นก็พูดต่อๆ กันจนได้รับความนิยม วงการพระเครื่องมีคำศัพท์เกิดขึ้นใหม่ๆ ทุกวัน แต่เป็นเรื่องน่าเสียดายมาก ที่ไม่มีการบันทึกคำศัพท์เหล่านั้นไว้เป็นหลักฐาน
ภาษาเซียนเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงตามยุคตามสมัย เมื่อเซียนพระรุ่นก่อนๆ ตกยุคไป ภาษาเซียนก็จะตกยุคตามไปด้วย เช่น คำว่า ซาลูตู้ หมายถึง ใช้ไม่ได้ โง่ ไม่รู้เรื่อง หรือหมายถึง พระเก๊ คำนี้ปัจจุบันไม่ค่อยได้ยินพูดกัน แต่ก็มีหลายคำ ที่ยังถูกนำมาใช้กันในหมู่เซียนพระ
แต่ละวงการก็มีศัพท์เฉพาะเป็นของตัวเอง อย่างวงการ “พระเครื่อง” เซียนพระหรือนักเลงพระเค้าก็มีภาษาเซียนที่ใช้กันในวงการ บางคำใช้กันมายาวนานจนปัจจุบัน มือเก่าอาจทราบกันดีอยู่แล้ว ส่วนมือใหม่ก็ควรต้องศึกษาเอาไว้ จะได้ไม่ปล่อยไก่ ไปสนทนาที่ไหนจะได้คุยกับเขารู้เรื่อง
จุดเด่นที่น่าสนใจของคำศัพท์เฉพาะวงการ คือ ความหมายจะแตกต่างจากคำแปลในพจนานุกรมอย่างสิ้นเชิง ความหมายจะแตกต่างกันเป็นคนละเรื่องกันเลย
 
หมวดที่ ๑. ลักษณะพระเครื่อง
พระกรุ : พระเครื่องที่คนสมัยโบราณได้สร้างไว้และนำบรรจุลงกรุ เช่น เจดีย์ , ใต้ฐานพระวิหาร  ฯลฯ  เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา
พระเกจิ : คำว่า “เกจิ” ย่อมาจาก “เกจิอาจารย์” หรือ พระภิกษุผู้รู้แตกฉาน ส่วนคำว่าพระเกจินั้นอาจใช้เรีกพระเครื่องที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยไม่ทราบ ประวัติผู้สร้างและผู้ปลุกเสกอย่างแน่ชัด มีอายุไม่เกิน ๒๐๐ ปี และมิได้นำพระฝังไว้ในกรุพระ
พิมพ์นิยม : เป็นการกล่าวยกย่องพิมพ์ของพระเครื่อง ที่เซียนพระให้การยอมรับว่าเป็นพิมพ์ที่ได้รับความนิยมมากกว่าพิมพ์อื่นๆ ในจำนวนต่างๆของแม่พิมพ์ที่ใช้พิมพ์พระชุดนั้นๆ
สวย, แชมป์ : พระสวยมากๆ เมื่อนำไปประกวดในงานประกวดพระ ได้รับการติดรางวัลอยู่เสมอ แบบนี้เรียก “สวยแชมป์”
กริ๊บๆ , เดิมๆ : พระที่เก็บรักษาให้อยู่ในสภาพดี  ไม่เคยนำมาใช้หรือถูกสัมผัสมาก่อน
แท้แต่ไกล , ดูง่าย , แท้ตาเปล่า : พระแท้ที่ดูง่าย จนไม่ต้องใช้กล้องส่องพระ เพียงเห็นรูป หรือองค์พระก็สามารถบอกได้ว่าเป็นพระแท้
พระอุด , ซ่อม , ศัลยกรรม : พระเครื่องที่ผ่านการ ต่อเติมเสริมแต่ง จากพระที่ชำรุดให้เป็นพระสวยสภาพสมบูรณ์เพื่อหวังผลในด้านราคา
ของฟลุ๊ก : การเช่าหา ได้พระมาในราคาที่ถูกหรือได้มาแบบไม่ตั้งใจ แต่เมื่อปล่อยของออกไปกลับได้ราคาดีหรือเป็นพระยอดนิยม
ของหลง : พระเครื่องที่เจ้าของพระขายให้แบบถูกๆ (ตกควาย)  โดยไม่ทราบข้อมูล ที่แท้จริงของพระองค์นั้น
พระสองคลอง : คำนี้โดยมากมักใช้กับพระสมเด็จ เนื่องจากพระสมเด็จมีบางองค์ที่เป็นพระแท้แต่ก้ำกึ่งกันระหว่าง วัดระฆัง กับ วัดบางขุนพรหม (ดูเป็นสมเด็จวัดระฆังหรือสมเด็จวัดบางขุนพรหมก็ใช่) ดังนั้นหากเป้นพระแท้แต่ก้ำกึ่งระหว่างสองวัดซึ่งเกี่ยวกับพระเครื่ององค์ นั้นๆ จะเรียกว่า “พระสองคลอง”
พระลูกย่อย , พระน้ำจิ้ม : พระเครื่องรุ่นหลังๆที่วงการเล่นกัน แต่มีราคาไม่สูงนัก เรียก “พระลูกย่อย” ส่วนในกรณีที่ มีการซื้อขายพระเครื่องที่มีราคาแพง แล้วผู้ขายแถมพระให้ผู้ซื้อโดยไม่คิดมูลค่า พระแถมนี้จะเรียกว่า “พระน้ำจิ้ม”
จิ๊กซอว์ : พระปลอมที่ถูกถอดพิมพ์ หรือ ถูกถอดแบบจากองค์จริงที่มีความคมชัดจากนั้นก็มีการขายพระองค์นั้นไปอีกหลายมือ
พระหน้าช้ำ : การที่นำพระให้เซียนหลายคนดู (แห่) แต่กลับไม่มีการซื้อขายจริง เพราะเจ้าของประเมินราคาไว้สูง(การ์ดสูง) จึงทำให้ความนิยมในพระเครื่ององค์นั้นลดลง
สึก , ช้ำ : พระเครื่องที่มีความสวยงามลดลง เนื่องด้วยผ่านการใช้งานจากเจ้าของเดิมที่ห้อยไว้ใช้โดยไม่ได้เลี่ยมหรือ จับขอบพลาสติก
หูตากระพริบ ,ตาปลิ้น : พระเครื่องที่สวยงามมากๆ ทุกส่วนของหน้าตา คมชัด สำหรับ “ตาปลิ้น” มักใช้กับพระเนื้อดินที่มีการกดพิมพ์ พระเนตร(ดวงตา)ขององค์พระได้ชัดเจน
พระเสริม , ของเสริม : พระเครื่องที่บล๊อคพิมพ์ยังไม่ได้ถูกทำลายทิ้งหลังจากพระเครื่องชุดนั้น สร้างเสร็จ ภายหลังได้นำบล๊อคหรือแม่พิมพ์นั้นๆ มากดหรือจัดสร้างพระออกมาขาย
 
หมวดที่ ๒. เรื่องการซื้อขาย
เช่า (ซื้อพระ) : การซื้อพระ สำหรับวงการพระเครื่อง นิยมใชัคำว่า “เช่าพระ”
ปล่อย (ขายพระ) : การขายพระ ครั้นเริ่มมีการแลกเปลี่ยน/ซื้อขายพระโดยมีเงินเป็นตัวกลางสำหรับแลกเปลี่ยนจึงใช้คำว่า “ปล่อย” แทนคำว่าซื้อขาย
นั้ง (หุ้นกันซื้อพระ) : การลงทุนเช่าพระ โดยนำเงินมารวมกันหลายคน เมื่อปล่อย(ขาย)พระได้แล้ว ก็นำเงินที่ได้มาแบ่งกันตามอัตราส่วนของเงินที่ลงไป
ฟิต : ลักษณะของผู้เช่าพระที่แสดงออก เมื่ออยากได้พระเครื่ององค์นั้นมากๆ โดยไม่เกี่ยงราคา
สวด : การติ หรือ พูดในเชิงลบให้พระเครื่อง เหตุผลของการสวดเป็นได้หลายกรณี ตัวอย่างเช่น กรณีผู้ซื้อต้องการเช่าซื้อพระองค์นั้นให้ได้ราคาถูก จึงหาเหตุผลใช้ประกอบการสวด เพื่อให้ผู้ขายหรือเจ้าของพระยอมขายในราคาที่ถูกลง
องค์วิ่งหนี : การเช่าพระโดยฉกฉวยเอาไปเฉยๆ อาจเป็นพระที่เจ้าของหวงแหนมาก ในขณะที่ผู้ซื้อเป็นคนรู้จัก หรือ คุ้นเคย เมื่อมีโอกาสได้ถือพระจึงฉกไปจากร้านและได้ทำการติดต่อเรื่องราคากันภายหลัง
ตุ๊ง :  ใช้พูดเมื่อกรณีที่การตกลงซื้อขายพระกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว แปลได้ว่า ตกลง (OK) ตัวอย่างเช่น เมื่อมีการเช่าและทั้งสองฝ่ายได้คุยและเข้าใจตรงกันในเรื่องของราคา และ การรับประกัน ก็จะพูดกับอีกฝ่ายว่า “งั้นตกลงตุ๊งนะ”
ทุบ : ผู้ซื้อพระสามารถซื้อได้ถูกกว่าราคาที่เจ้าของได้เช่า(ซื้อ)มาก่อนหน้านี้ มาก ในกรณีนี้ เจ้าของพระหรือคนขายพระ จะเรียกว่า “ถูกทุบ”
ตกควาย : การขายพระผิดราคา หรือ ขายพระไปในราคาที่ต่ำกว่าราคากลาง
ต้ม : การใช้เล่ห์เลี่ยม เพื่อให้ลูกค้าเชื่อและพอใจที่จะเช่าซื้อพระเครื่ององค์นั้นๆ
เหนื่อย : การเช่าพระแท้มาในราคาแพง ซึ่งต้องใช้เวลานานในการปล่อยเช่าต่ออีกทอดหนึ่ง ครั้งเมื่อปล่อยของออกไปกลับได้กำไรเพียงเล็กน้อย
ตอกตะปู : การพูดเพื่อไม่ให้พระองค์นั้นออกมาสู่ตลาดหรือสนามพระเครื่อง
ตั๋วเด็ก : ใช้ในการเช่า-ปล่อย พระ โดยได้ต่อรองราคาจาก ๑๐๐ % ให้เหลือ ๕๐ % หรือ ครึ่งหนึ่งของราคาที่เปิดไว้
การ์ดสูง : การตั้งราคาพระไว้สูงเกินกว่าความเป็นจริง หรือ ราคากลาง อาจเป็นเพราะพระเครื่ององค์นั้นมีสภาพ สวย หายากหรือ มีลักษณะโดดเด่น
ราคากลาง : ราคาโดยเฉลี่ยของพระเครื่อง ที่วงการเช่า ซื้อ/ขาย ณ เวลานั้นๆ
เพดานพระ : ราคาสูงสุดของพระเครื่อง  ซึ่งหากเป็นพระยอดนิยม พระสวยแท้/หายาก อาจไม่มีเพดานราคา การซื้อขายอยู่ที่เจ้าของผู้ซื้อตกลงกันเอง.
อยู่กับก๊ง : พระเครื่องที่เช่ามาแล้ว อาจได้มาในราคาที่แพง ครั้นเมื่อจะนำไปปล่อยหรือขายเพื่อทำกำไร แต่กลับขายต่อไม่ได้ ไม่มีใครเช่า เจ้าของต้องเก็บไว้ใช้คนเดียว
แบ่ง : เจ้าของพระปล่อยของให้ลูกค้าไปในราคาที่ต่ำ หรือ ได้กำไรจากการซื้อขายน้อย อาจเป็นเพราะลูกค้าเป็นคนคุ้นเคยกัน
ใบสั่ง : พระเครื่องที่มีคนต้องการ โดยมีการระบุราคา และ สภาพตามความต้องการของผู้ซื้อให้กับเซียนหรือผู้จัดหาพระ เข้ามาหาของในสนาม
โดน : การเช่าพระที่ผู้ซื้อมาทราบภายหลังว่าพระที่ได้เช่าเป็นของปลอม (เก๊)
กระอักเลือด : การเช่าพระปลอมมาในราคาที่สูงหรือแพงมากๆ
กลืนเลือด : คนที่เช่าพระและทราบในภายหลังว่าเป็นพระปลอมแต่ก็ไม่ได้นำออกเร่ขายหรือ ปล่อยต่อให้กับคนอื่น แบบนี้เรียก “กลืนเลือด” หายากแต่น่ายกยองครับ

หมวดที่ ๓. ทั่วไป
เซียนพระ : บุคคลที่มีความชำนาญในศาสตร์ของพระเครื่อง อีกทั้งได้รับการยอมรับจากคนในวงการพระเครื่อง ว่าสามารถพิจารณาระบุชี้ชัดพระเครื่ององค์นั้นๆเก๊/แท้
เสี้ยนพระ : บุคคลที่อาจมีความชำนาญหรือมีความรู้ในเรื่องพระเครื่องอยู่บ้าง แต่ไม่มีจริยะธรรม หรือ ไม่ซื่อสัตย์ต่อทั้งตนเองและลูกค้า โดยภาพรวม “เสี้ยน” ใช้เรียกคนที่ขายพระปลอม พระเก๊ คนที่ขายพระแล้วไม่รับผิดชอบ ซึ่งทำให้มาตรฐานของวงการพระเครื่องต่ำลง
ผีสนาม : คนที่อยู่ตามแผงหรือสนามพระที่มีอัธยาศัยดี เข้ากับเซียนพระต่างๆได้ทั่วสนาม แต่ไม่มีร้านเป็นของตัวเอง
รังใหญ่ : บุคคลที่สะสมพระเครื่องไว้เป็นจำนวนมากๆ
รังแตก : บุคคลที่สะสมพระเครื่องไว้เป็นจำนวนมากๆ เมื่อระยะเวลาผ่านไปพระเครื่องชุดนั้นๆได้รับความนิยม และเจ้าของนำออกมาปล่อยในสนาม จำนวนมากๆ จะเรียกว่า “รังแตก”
พระหลัก , ของหลัก : พระเครื่องยอดนิยมที่มีราคาค่อนข้างสูง ตัวอย่างเช่น พระเครื่องชุดเบญจภาคี มี พระสมเด็จ พระรอดวัดมหาวัน พระผงสุพรรณ พระนงพญา พระซุ้มกอ เป็นต้น
ของเล่น : ของเก๊ที่ดูง่ายๆ หรือ ไม่ใกล้เคียงกับของแท้
ของเล่นได้ : พระที่นำไปปล่อยขายได้ โดยไม่ได้ทำการตรวจสอบ (อาจเป็นพระที่กำกึ่งหระว่า เก๊/แท้)
แห่ : การนำพระที่ได้ ไปทำการตรวจว่าเช๊คว่าแท้หรือไม่ โดยการนำพระไปให้เซียนในสนามหลายๆคนช่วยดู
ใช้ , โชว์ : พระเครื่องที่เจ้าของพระเชื่อมั่นศรัทธาในพุทธคุณ หรืออาจมีความผูกพันธ์ เนื่องจากเป็นมรดกตกทอดหรือเป็นของที่ผู้ใหญ่มอบให้
ยัดกรุ , ยัดวัด : พระเครื่องที่ไม่ทราบประวัติการสร้างแน่นอน แต่ คนขายหรือเซียน(บางคน)อาจมีข้อมูล เพื่อโน้มน้าวให้เข้าใจว่าพระเครื่ององค์นั้นเป็นของวัดที่มีชื่อเสียง เพื่อให้พระองค์นั้นมีราคาแพงขึ้น
ปาดคอ : พระปลอมที่ทำได้ใกล้เคียงกับของแท้มากๆ จะถูกเรียกว่า “เก๊ปาดคอเซียน”
หลงทาง , เล่นพระด้วยหู : การเช่าพระโดยไม่ใช้สายตาและประสบการณ์ในการตัดสินใจเช่าพระ แต่กลับไปฟังเรื่องเล่าจากผู้ขายที่ต้องการปล่อยพระ
เล่นพระผิดทาง : การเล่นพระที่แตกต่างจากแนวมาตรฐาน ที่วงการพระเครื่องเล่นกันหรือเล่นพระเก๊เป็นพระแท้ , เล่นพระแท้เป้นพระเก๊
นิทาน , นิยาย , ฉายหนัง : เรื่องราวที่คนขาย หรือ เจ้าของพระเล่าประกอบอ้างถึงในการขายพระให้กับลูกค้า ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งเรื่องจริง , เรื่องจริงที่เสริมเติมแต่ง หรือ เรื่องลวงโลก อุปโลกสร้างขึ้นมาเพื่อหวังผลในการขาย
กรุแตก : การพบพระเครื่องที่คนสมัยโบราณบรรจุเก็บไว้ในกรุ หรือ อาจใช้เรียกเวลาที่บุคคลที่สะสมเก็บพระกรุไว้เป็นจำนวนมาก แล้วนำพระออกมาแสดง หรือ นำมาปล่อย (คล้ายกับคำว่า “รังแตก”)
ชุกซัว , ซาลูตู้ , กระตู้ฮู้ , ดุ๊ย , เก๊ : แปลว่าเก๊ ไม่มีพุทธคุณ หรือบางกรณีหากเซียนพูดว่า “ดูยาก” ก็มีนัยยะแปลว่าเก๊ได้เหมือนกัน เพราะบางครั้งเซียนบางท่านก็ลำบากใจที่จะกล่าวว่าพระองค์นั้นเก๊ จึงใช้คำว่า “ดูยาก” เป็นทางออก เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจเจ้าของพระ
ไม่ถึงยุค , อายุไม่ถึง : โดยนัยยะ แปลว่าเก๊ได้เหมือนกัน
ชีวิตเปลี่ยน : การเช่าพระเก๊ ในราคา พระแท้
ตายเกลื่อน : พระปลอมที่มีฝีมือในการปลอมได้เหมือนของจริงขนาดเซียนยังโดน และ เมื่อมีของชุดนี้เข้าไปในสนาม ทั้งเซียนรุ่นใหญ่/เล็ก , เจ้าของแผง ฯลฯ ต่างได้เช่าซื้อเก็บไว้ แบบนี้เรียกว่า “ตายเกลื่อน”

ราคาพระ
– ๑ บาท  หมายถึง  ๑๐๐ บาท
– ๑๐ บาท  หมายถึง  ๑,๐๐๐ บาท
– หลักหมื่น  มีหน่วยเป็น  “ก้อน”    

เช่น ๑ ก้อน  หมายถึง  หนึ่งหมื่นบาท
– หลักแสน  มีหน่วยเป็น  “ปั้น”    

เช่น ๑ ปั้น  หมายถึง  หนึ่งแสนบาท
นอกจากนี้แล้ว ราคาในแต่ละหลักยังมีการเรียกแยกย่อยไปอีก เช่น
– หมื่นเศษ(กว่า)  หมายถึง  ราคาที่อยู่ระหว่าง ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท
– หมื่นต้นๆ  หมายถึง  ราคาที่อยู่ระหว่าง ๑๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท
– หมื่นกลาง  หมายถึง  ราคาที่อยู่ระหว่าง ๔๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ บาท
– หมื่นปลาย  หมายถึง  ราคาที่อยู่ระหว่าง ๗๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท
ซึ่งในอดีตนักเลงพระรุ่นเก่าจะใช้หน่วยในการเช่าซื้อ ว่า “มือ” โดยสามารถใช้กับทุนหลัก เช่น การเช่าพระหลักร้อย ๑ มือ หมายถึง ๑๐๐ บาท ถ้าหลักพัน ๑ มือ หมายถึง ๑,๐๐๐ บาท โดยจะใช้ไปถึงหลักหมื่น และหลักแสนบาท

เครดิต : http://blog.kaidee.com/lifestyle/